ปักธงความสำเร็จธุรกิจสปาไทยในยุค 5.0

แม้วันนี้ประเทศไทยยังเดินหน้าอยู่ในยุค 4.0 แต่ก็เริ่มมีการพูดถึงยุค 5.0 หรือยุคของโลกดิจิทัลและเทคโนโลยีแบบจัดเต็ม ซึ่งจะเป็นอนาคตที่ภาคธุรกิจต้องจับตามองและเตรียมพร้อมที่จะปรับตัวรับมือ ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจสปาและ Wellness ดังนั้นเพื่อที่จะให้ผู้ประกอบการ SME ที่จับธุรกิจด้านนี้ สามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง ไม่สูญหายไปกลางทาง มาดูคำแนะนำจาก คุณกรด โรจนเสถียร นายกสมาคมสปาไทย พูดถึงเรื่องนี้กัน

ก่อนจะก้าวไปข้างหน้า อย่าลืมหันกลับมาเช็กจุดเริ่มต้น ….

สิ่งที่จะช่วยยกระดับวงการสปาและ Wellness ของไทยให้แข็งแกร่งมากขึ้นนั้น อย่างแรกคือ การที่ผู้ประกอบการ SME ที่ทำธุรกิจนี้เข้าสู่ระบบมาตรฐานตามกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการเพียง 4,000 รายจากหลายหมื่นรายที่เข้าสู่ระบบ ดังนั้น จึงต้องอาศัยเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่จะนำมาช่วยผู้ประกอบการให้เกิดความมั่นใจในการที่จะประกอบธุรกิจด้านนี้ อีกทั้งยังต้องส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ สร้างตัวตนและพัฒนาศักยภาพให้อีกด้วย

“ตลาดสปาและ Wellness ไทยนั้นมีมูลค่าประมาณ 35,000 ล้านบาท และมีการเติบโตอยู่ที่ 5 – 7% ต่อปี และเพื่อที่จะยกระดับอุตสาหกรรมนี้ให้ดีขึ้นและสร้างรายได้ให้มากขึ้น เราต้องย้อนกลับมาดูเรื่องของมาตรฐาน ซึ่งสิ่งสำคัญมากที่สุดคือ การที่ผู้ประกอบการ SME ที่ทำธุรกิจด้านนี้เข้าสู่ระบบมาตรฐานตามกฎหมาย นอกจากนี้ ในแง่ของการที่จะยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจสปาและ Wellness ให้ยั่งยืนนั้น การวางรากฐานทางความรู้ ความเข้าใจและการศึกษาเป็นเรื่องที่จำเป็น แม้ว่าสปาจะเกิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว แต่เรายังไม่มีคนที่จบทางด้าน Wellness และสปาโดยตรงจากหลักสูตรที่แท้จริงของประเทศไทย เพราะฉะนั้น เรื่องของ Academic Hub จึงเป็นประเด็นหลักที่ต้องให้ความสนใจ ซึ่งต้องมีการสร้างหลักสูตรในมหาวิทยาลัย หรือสถาบันอาชีวะ เพื่อตอบโจทย์ให้กับบุคลากรที่จะเข้ามาหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจในด้านนี้”

สำหรับผู้ประกอบการที่ทำสปาและ Wellness นั้น สิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้เลยคือเรื่องของบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรที่ได้มาตรฐาน บุคลากรที่มีคุณค่า บุคลากรที่รักองค์กร เพราะปัญหาหลักของทุกอุตสาหกรรมไม่ใช่แค่สปาก็คือเรื่องของคนหรือบุคลากร อยู่ที่ว่าเจ้าของกิจการจะมีแนวทางในการพัฒนาคนหรือพนักงานในองค์กรอย่างไรให้เกิดคุณค่าอย่างที่กล่าวมา รวมถึงให้พวกเขามีความรู้สึกว่าคุ้มค่าที่จะกระโดดเข้าสู่ธุรกิจนี้และอยากจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

“อย่างที่รู้ว่าธุรกิจสปาและ Wellness นั้นแข่งขันกันสูงมาก มีการเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านราคา มาเป็นการสู้กันด้วยจุดขายใหม่ๆ เดี๋ยวนี้คนมองไปที่รูปแบบของการบริการที่มีความพิเศษมากกว่าเรื่องของราคา ทั้งเรื่องของรูป รส กลิ่น เสียง หรือแม้กระทั่งเรื่องของการตกแต่งจนกลายเป็นจุดขายขึ้นมา แต่ที่สำคัญคือเรื่องของมาตรฐานการให้บริการ ซึ่งคนที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่ใช่แค่ Therapists เท่านั้นต้องได้มาตรฐาน ผู้ประกอบการก็ต้องรู้ว่าจะเรียนรู้จากคนที่เข้ามาใช้บริการได้อย่างไร และสามารถนำมาเป็นการบ้านเพื่อที่จะพัฒนาตัวเองได้อย่างไร นั่นเป็นเรื่องที่สำคัญ”

เจาะลึกข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคออนไลน์ ก้าวให้ทันยุค 5.0

ผู้ประกอบการควรเจาะลึกในเรื่องของฐานข้อมูล โดยเฉพาะด้านพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถเข้าถึงได้ทางออนไลน์ การนำเอาข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงจากพฤติกรรมของผู้บริโภคมาใช้ สามารถเป็นทิศทางในการพิจารณาและวิเคราะห์หาตลาดที่แท้จริงให้กับธุรกิจได้

“สิ่งที่คนกำลังพูดถึงกันอยู่บนโลกออนไลน์ จะเป็นแนวทางให้เห็นว่าเราเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่ เรากำลังอยู่ในสถานการณ์อย่างไร เช่น ในปีที่ผ่านมา กระแสของการพูดถึงเรื่องของ Real Estate Wellness บนโลกออนไลน์นั้นมีการเติบโตสูงสุด โดยผลเฉลี่ยอยู่ที่ 75% เมื่อเทียบกับปี 2560 เป็นผลมาจากการที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยที่มีความสอดคล้องกับเทรนด์สุขภาพและสังคมผู้สูงอายุ โดยเราจะเห็นภาพว่าวันนี้เขาไม่ได้ขายแค่เฉพาะบ้านหรือคอนโด แต่นำกระแสเรื่องของสุขภาพต่างๆเข้ามาเป็นจุดขายด้วย เพราะฉะนั้น วิธีการบริการในส่วนของ Real Estate Wellness จึงเป็นสิ่งที่คนพูดถึงกันมาก”

“ในทางตรงกันข้ามกลับพบว่า ฟิตเนสและโยคะ (Fitness & Mind Body) มีอัตราการพูดถึงลดลง นั่นก็เพราะสิ่งนี้ได้กลายเป็นชีวิตประจำวันหรือไลฟ์สไตล์ของคนไปแล้ว นอกจากนี้ เรื่องของแพทย์ทางเลือกอย่างวิธีการรักษาประเภทหัตถการ เช่น การฝังเข็ม การครอบแก้ว การใช้ดนตรีบำบัด รวมถึงอาหารเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะประเด็นของอาหารที่ปราศจากกลูเตนและวีแกนนั้นมีอัตราการพูดถึงเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ข้อมูลเหล่านี้อาจจะดูยุ่งยาก ถ้าเป็นเมื่อ 10 ปีก่อน ที่ต้องเอาข้อมูลตัวเลขมานั่งวิเคราะห์ ทำทีมวิเคราะห์ ทำ Strategic Team หรืออื่นๆ แต่วันนี้มันง่ายมาก แค่ดูจากพฤติกรรมของคนที่ใช้ออนไลน์เท่านั้น”

ดังนั้น การนำเอาข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์จะช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นได้ว่า ควรจะมีการเตรียมพร้อมอย่างไรถึงจะทำธุรกิจให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของผู้บริโภค ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่กลุ่มผู้บริโภคชาวไทยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังสามารถระบุลงไปในประเทศหรือภูมิภาคต่างๆ ได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีแหล่งข้อมูลความรู้ในการวิเคราะห์ เพื่อทำการขยายกิจการไปยังต่างประเทศได้อย่างมีศักยภาพมากขึ้น และเป็นประโยชน์ในการทำธุรกิจสปาและ Wellness ได้ในอนาคต

อย่างไรก็ดี ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการอยู่รอดได้ในอนาคต นายกสมาคมสปาไทย บอกว่า คือการรู้จักใช้นวัตกรรมใหม่ๆ เทคโนโลยี แอปพลิเคชัน และฐานข้อมูลต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ธุรกิจ และผู้ประกอบการต้องมีการเตรียมพร้อม เพื่อก้าวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยยังคงดึงเอาความเป็นไทยและวัฒนธรรมมาเป็นจุดขาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาความแตกต่างและเสน่ห์ที่มีในเอกลักษณ์ของความเป็นไทยนั่นเอง

“……….ทำความรู้จัก : กรด โรจนเสถียร……….”

ปัจจุบันนอกจากเป็น “นายกสมาคมสปาไทย” แล้ว คุณกรด โรจนเสถียร ยังเป็นหนึ่งในผู้บริหารของบริษัท ชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ท จำกัด ซึ่งเป็นศูนย์ดูแลสุขภาพองค์รวมที่เป็นที่รู้จักกันดีในระดับนานาชาติ ชีวาศรมได้สั่งสมชื่อเสียง มาตรฐาน ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านสปาและสุขภาพมายาวนานมากกว่า 20 ปี พร้อมทั้งขยายธุรกิจไปสู่” ชีวาศรมอคาเดมี่” หรือ โรงเรียนสอนวิชาชีพความงามและสุขภาพสปา ชีวาศรม เพื่อยกระดับบุคลากรในธุรกิจสปาให้มีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น

Did You Know : แบบไหนเรียกว่า ธุรกิจสปาที่ถูกต้อง

  • ต้องดำเนินกิจการภายใต้กฎหมายพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559
  • ต้องมีการขอใบอนุญาตประกอบกิจการให้ถูกต้อง
  • พนักงานนวดต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการ
  • ร้านสปาต้องมีผู้ดำเนินการสปาที่มีใบอนุญาตด้วย

 ศึกษาข้อมูลด้านธุรกิจสปาเพิ่มเติมได้ที่

กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการ กระทรวงสาธารณะสุข คลิก!